ยินดีต้อนรับสู่บล็อกของนางสาว บงกช เพ่งหารัพย์ คะ

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่  7
วันจันทร์ ที่ 19 กันยายน พ..2559 เวลา 8 : 30 – 11 : 30 .


เนื้อหาการเรียน




          วันนี้เป็นวันที่เราทั้งสองเซคได้มาเรียนร่วมกัน ในวันนี้เราได้เรียนเกี่ยวกับ รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองในสถานศึกษา มีดังนี้
ข่าวสารประจำสัปดาห์
เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปถึงผู้ปกครองเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมของเด็กที่โรงเรียนและแนวทางการส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่บ้านเพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจและร่วมกันพัฒนาเด็กไปในทิศทางเดียวกัน 





อาจารย์ก็มีการให้เราได้ออกแบบ สื่อสารสัมพันธ์ถึงผู้ปกครอง

นำมาส่งในสัปดาห์หน้า



จดหมายข่าวและกิจกรรม
เป็นการนำเสนอความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง ในชั้นเรียนให้รับรู้ถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาเด็ก โดยจัดส่งให้ผู้ปกครองในทุกสัปดาห์หรือตามความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่นำเสนอในจดหมายข่าวและกิจกรรมอาจจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังนี้
                        - ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเด็กและผู้ปกครอง
                        - กิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการสำหรับผู้ปกครอง เช่น นิทาน ศิลปะ ภาษา ฯลฯ
                        - ความรู้สำหรับผู้ปกครอง ฯลฯ

ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง
จัดเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียนของทุกห้องเรียน โดยนำข้อมูลความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครอง จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น
                        - ข้อมูลจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ วารสาร
                        -  เกร็ดความรู้หรือสาระน่ารู้สำหรับผู้ปกครอง
                        - ภาพถ่ายกิจกรรมในชั้นเรียน
                        - ผลงานแห่งความภาคภูมิใจ
                        - กิจกรรมในโอกาสพิเศษ เช่น ทัศนศึกษา การแสดงในวันปีใหม่ ฯลฯ




การสนทนา
       การสนาเป็นรูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่เข้าถึงและตรงมากที่สุด การสนทนาเป็นแนวทางหนึ่งของการสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีเพื่อผู้ปกครอง และช่วยในการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็นไปได้อย่างราบรื่น โดยมีวัตถุประสงค์ในการสนทนาดังนี้
  • เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเด็ก
  • เพื่อให้ผู้ปกครองเข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานของโรงเรียน
  • เพื่อให้ครูและผู้ปกครองได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กขณะที่อยู่ที่โรงเรียนและที่บ้าน

รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษา
ห้องสมุดผู้ปกครอง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินงานของสถานศึกษา การอบรมเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การจัดการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและส่งผลต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ           
ป้ายนิเป้ายนิเทศในลักษณะนี้เป็นป้ายที่จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ ฯลฯ ป้ายนิเทศจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ดังนี้
                        - ข้อมูลการดำเนินงานของโรงเรียน เช่น ปรัชญา นโยบาย วัตถุประสงค์ ฯลฯ
                        - ข่าวสารประจำวันจากหนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร ฯลฯ
                        - ข่าวของสถานศึกษา เช่น การประชุม สัมมนา กิจกรรมต่างๆ
                        - ประกาศต่างๆ ของทางโรงเรียน เช่น วันหยุด นัดประชุมฯลฯ
                        - ข่าวสารบริการต่างๆ เช่น แนะนำสถานศึกษา ข้อมูลกิจกรรมของเด็ก
                        - กิจกรรมของสถานศึกษา เช่น กิจกรรมวันครู วันพ่อ วันแม่ ฯลฯ
                        - ป้ายสำหรับผู้ปกครองในการแสดงความคิดเห็น
นิทรรศการ
เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก ภาพยนตร์ วีดีโอและซีดีซึ่งมีรูปแบบของนิทรรศการที่สามารถจัดได้ในสถานศึกษาดังนี้
                        - นิทรรศการเพื่อการประชาสัมพันธ์
                        - นิทรรศการเพื่อให้ความรู้
                        - นิทรรศการเพื่อความบันเทิง 
มุมผู้ปกครอง
เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู เป้าหมายสำคัญของการจัดมุมผู้ปกครองคือ
- เพื่อให้ผู้ปกครองได้ใช้เวลาว่างระหว่างการรอรับ-ส่งเด็ก ให้เกิดประโยชน์ด้วยการอ่านหนังสือ ฯลฯ
- เป็นบริเวณที่ให้ผู้ปกครองได้สนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างผู้ปกครองด้วยกัน
การประชุม
เป็นกิจกรรมหลักของสถานศึกษาที่สามารถใช้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้ความรู้แก่ผู้ปกครองได้ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินงานของถานศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย จุดประสงค์ของการจัดประชุมผู้ปกครองมีดังนี้
                        - เพื่อแถลงนโยบายการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
                        - แลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่าสถานศึกษากับผู้ปกครอง
                        - แจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงาน
                        - ประสานงานและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง
                        - สร้างความสามัคคีระหว่างผู้ปกครองกับครู

จุลสาร
เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์ เนื้อหาในจุลสารจะประกอบไปด้วย 4 ส่วน คือ ส่วนของบรรณาธิการ  เรื่องราวของเด็กๆ บทความรู้ และเบ็ดเตล็ด การจัดทำจุลสารเพื่อให้มีความน่าสนใจ
คู่มือผู้ปกครอง
เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป ข้อมูลในคู่มือผู้ปกครองประกอบไปด้วย
                        - ปรัชญาและเป้าหมายของสถานศึกษา
                        - หลักสูตรและการจัดประสบการณ์
                        - บุคลากรเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถ
                        - อาคาร สถานที่ สภาพแวดล้อม
                        - การจัดบริการและสวัสดิการต่างๆ
                        - กฎ ระเบียบ และแนวปฏิบัติ สำหรับผู้ปกครองได้ทราบโดยทั่วกัน
                        - การวัดและประเมินผล
ระบบอินเทอร์เน็ต
เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครองนับเป็นบริการด้านหนึ่งที่สถานศึกษาสามารถจัดทำในรูปแบบ เวิลด์ไวด์เวป  บริการให้ความรู้ผู้ปกครองผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่สถานศึกษาบรรจุลงในเว็บไซด์ สามารถให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลสถานศึกษา









สรุป
รูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองดังกล่าว สถานศึกษาสามารถจัดให้บริการแก่ผู้ปกครอง โดยมีข้อคิดที่สำคัญคือการคิดหาสื่อและช่องทางที่จะทำให้ความรู้ต่างๆ ถึงผู้ปกครองอย่างถั่วถึง รวดเร็ว และมีการตอบกลับ เพื่อให้สถานศึกษาได้รับรู้ว่าผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กและทำให้การศึกษาระหว่างบ้านและสถานศึกษามีความเข้าใจที่ตรงกัน ทำให้การศึกษาเกิดแนวคิดต่อการพัฒนารูปแบบในการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพมากสูงสุด
การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
 เราสามารถความรู้ที่ได้วันนี้นำมาใช้ทำจุลสาร หรือจะเป็นสารในรูปแบบต่างๆเพื่อที่จะให้ผู้ปกครองของเด็กได้ทราบว่าลูกของตนเองได้เรียนอะไรไปและได้ให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในกับทำกิจกรรมกับเด็กได้ที่บ้านได้

การประเมิน
ประเมินตนเอง วันนี้ตั้งใจฟังอาจารย์พูดอธิบายและตั้งใจออกแบบสารรักถึงผู้ปกครองเป็นอย่างดีและให้ความร่วมมือทำกิจกรรมต่างๆเป็นอย่างดี

ประเมินเพื่อน วันนี้เพื่อนๆน่ารักมากทุกคน ทั้งสองเซคอาจจะมีการคุยหรือเล่นกันบ้างแต่ก็สามารถที่จะดึงสมาธิให้กับมาในการเรียนได้

ประเมินอาจารย์  วันนี้อาจารย์มีการเตรียมเนื้อหาในการสอนมาเป็นอย่างดี มีการยกตัวอย่าง เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นภาพและเกิดความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น

คำถามท้ายบท
1.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ครูประจำชั้นควรพิจารณาในการเลือกใช้รูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ มี3รูปแบบคือ 1 ข่าวสารประจำสัปดาห์ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ส่งไปให้กับผู้ปกครองเพื่อให้ได้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆที่เด็กได้ทำและความรู้อื่นๆที่น่าสนใจและมีกิจกรรมให้ผู้ปกครองได้สามารถทำร่วมกับเด็กได้ในสารที่ส่งให้กับผู้แกครอง

2 จดหมายข่าวและกิจกรรม เป็นการนำเสนอความรู้ที่น่าสนใจให้แก่ผู้ปกครองในชั้นเรียนให้ทราบถึงข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อเด็ก
3 ป้ายนิเทศให้ความรู้ผู้ปกครอง จัดทำเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ปกครองซึ่งจะสามารถจัดได้บริเวณหน้าชั้นเรียน โดยนำข้อมูลที่มีความรู้ที่จำเป็นสำหรับผู้ปกครองมาจัดแสดง เพื่อเป็นการสร้างความรู้ให้แก่ผู้ปกครอง
2.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองระดับสถานศึกษามีรูปแบบใดบ้าง จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ  ห้องสมุดผู้ปกครอง เป็นสถานที่เก็บรวบรวมข้อมูลเอกสารต่างๆ อันเป็นแหล่งเรียนรู้ อีกรูปแบบหนึ่งของการให้บริการเผยแพร่ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวหรือการเปลี่ยนแปลงที่ทันสมัยสำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง
ป้ายนิเทศ   จัดเพื่อให้ความรู้และข้อมูลข่าวสารแก่ผู้ปกครองทั้งสถานศึกษา ลักษณะของป้ายประกอบด้วย ภาพ ตัวอักษร ของจริง แผนภูมิ สถิติ
นิทรรศการ  เป็นรูปแบบที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของสถานศึกษาให้แก่ผู้ปกครองได้อย่างกว้างขวางรูปแบบหนึ่งด้วยการใช่สื่อหรืออุปกรณ์หลายชนิดในการถ่ายทอดและเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเช่น ภาพเขียน ภาพถ่าย สถิติ หุ่น ผลงานเด็ก เป็นต้น
มุมผู้ปกครอง เป็นบริเวณที่สถานศึกษาจัดให้บริการแก่ผู้ปกครองในระหว่างการเยี่ยมชมโรงเรียน การรอรับ-ส่งเด็ก หรือพบปะสังสรรค์ระหว่างผู้ปกครองหรือครู
จุลสาร  เป็นลักษณะของสิ่งพิมพ์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในทุกๆ ด้าน ให้แก่ผู้ปกครองได้รับทราบความเคลื่อนไหวและเพื่อประชาสัมพันธ์
คู่มือผู้ปกครอง   เป็นเอกสารที่ให้ความรู้ผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานศึกษา โดยจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเหมือนหนังสือทั่วไป
ระบบอินเทอร์เน็ต   เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร เวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน และเวิลด์ไวด์เวป  (WWW.)  การใช้อินเทอร์เน็ตในการให้ความรู้ผู้ปกครอง

3.นักศึกษามีวิธีการหรือแนวทางแก้ปัญหาผู้ปกครองที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเข้าร่วมโครงการหรือกิจกรรมให้ความรู้ผู้ปกครอง จงอธิบาย    
ตอบ การปัญหาโดยการพูดคุยกับผู้ปกครองโดยบอกว่าการที่ผู้ปกครองนั้นไม่ให้ความร่วมมือเข้าร่วมกิจกรรมหรือโครงการนั้นอาจจะทำให้ผู้ปกครองนั้นมีผลเสียและอาจจะมีผลเสียกับลูกด้วย และจะรายงายพฤติกรรมของลูกอย่างต่อเนื่องว่าเด็กมีพฤติกรรมเช่นไร เพื่อที่จะให้ผู้ปกครองให้ความร่วมมือ เพื่อที่จะช่วยกันพัฒนาเด็ก

4.การจัดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองมีความสำคัญและจำเป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ มีความสำคัญ เพราะ การที่ผู้ปกครองได้รับความรู้หรือข้อมูลที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติกับลูกอย่างเหมาะสมจะทำให้เด็กได้เติบโตอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

5.รูปแบบการให้ความรู้ผู้ปกครองที่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะของรูปแบบอย่างไร จงอธิบายพร้อมแสดงความคิดเห็น
ตอบ เลือกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองและต้องเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองสามารถเข้าใจได้และเป็นข้อมูลความรู้พื้นฐานที่ผู้ปกครองทุกคนควรจะทราบ
บันทึกการเรียนครั้งที่  6
วัน จันทร์ ที่ 12 กันยายน พ..2559 เวลา 8 : 30 – 11 : 30 .




ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจาก อาจารย์ติดงานราชการ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปอาจารย์การ์ตูน

วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่  5
วัน จันทร์ ที่ 5 กันยายน พ..2559 เวลา 8 : 30 – 11 : 30 .


ขาดเรียน

 คำถามท้ายบท ที่ 4

1. ในการดำเนินโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งในและต่างประเทศมีเป้าหมายร่วมกันอย่างไร
ตอบ เพื่อที่จะให้เด็กได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม

2. นักศึกษามีแนวคิดอย่างไรที่จะสนับสนุนให้โครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม จงอธิบาย
ตอบ  สนับสนุนโดยการให้ความรู้กับผู้ปกครองทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ โดยการเยี่ยมบ้านของเด็กๆพูดคุยกับผ็แกครองของเด็กและให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในเรื่องที่น่าสนใจ

3. ในฐานะที่นักศึกษาจะเป็นผู้ที่ให้ความรู้แก่พ่อแม่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยในอนาคต จงยกตัวอย่างขององค์ความรู้หรือเรื่องที่ต้องการจะถ่ายทอดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อใช้ในการเลี้ยงดูเด็ก มา 5 เรื่องพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างประกอบ         
ตอบ 1.พัฒนาการของเด็กปฐมวัยแต่ละช่วงวัย เช่น เด็กวัยนี้ควรมีพัฒนาการเป็นอย่างไรและควนส่งพัฒนาการของเด็กอย่างไร
        2.สื่อที่เหมาะกับเด็กปฐมวัย เช่น จะสอนให้ผู้ปกครองได้ทำสื่อให้ลูกเล่นได้
        3.การจัดประสบการณ์สำคัญให้แก่เด็ก เช่น เด็กวัยนี้ควรได้เรียนรู้ประสบการณ์นเรื่องใด
        4.การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย เช่น ให้ความรู้กับผู้ปกครองในเรื่องการอบรมเลี้ยงลูก
        5.การส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก เช่น เด็กวัยนี้ควรทำกิจกรรมอะไร

4. การให้ความรู้ผู้ปกครองสามารถส่งผลต่อพฤติกรรมเด็กหรือไม่อย่างไร  จงอธิบาย
ตอบ  ส่งผล เพราะถ้าเราให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผู้ปกครอง และผู้ปกครองนำไปปฏิบัติหรือนำไปปรับใช้กับลูก เด็กๆก็จะมีพฤติกรรมที่ดีและสามารถเข้ากับสังคมได้เป็นอย่างดี
   
5. นักศึกษาจะมีวิธีในการติดตามผลการให้ความรู้ผู้ปกครองอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ จะเป็นเมินผลว่าผู้ปกครองได้นำวิธีการที่เราไปใช้หรือไม่โดยจะสังเกตจากพฤติกรรมของเด็กว่ามีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหรือไม่ ถ้าเด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปแสดงว่าผู้ปกครองได้นำแนวทางความรู้ไปปฏิบัติ




วันเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนครั้งที่  4
วัน จันทร์ ที่ 29 สิงหาคม พ..2559 เวลา 8 : 30 – 11 : 30 .


เนื้อหาสาระที่เรียน
        ก่อนที่จะเริ่มเรียนอาจารย์ก็มีกิจกรรมให้ได้เล่นก่อนที่จะนำสู่การเนื้อหา



          วันนี้ได้เรียนเกี่ยวกับ การสื่อสารกับผู้ปกครองเด็กปฐมวัยโดยเนื้อหามีดังนี้
ความหมายของการสื่อสาร
การสื่อสาร  (Communication) คือ กระบวน การส่งข่าวสาร ข้อมูล จาก   ผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา โดยคาดหวังให้เป็นไปตามที่ผู้ส่งต้องการ

ความสำคัญของการสื่อสาร
1.ทำให้ได้รับรู้และเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม
2.ทำให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันทั้ง 2 ฝ่าย
3.ทำให้สร้างมิตรภาพที่อบอุ่น
4.ทำให้เกิดภาพแห่งความพึงพอใจ
5.ช่วยในการพัฒนาอัตมโนทัศน์ เป็นการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อตนเองก่อให้เกิดความพอใจในชีวิต
รูปแบบของการสื่อสาร
1.รูปแบบการสื่อสารของอริสโตเติล (Aristotle’s Model of Communication)
2.รูปแบบการสื่อสารของลาล์สเวล (Lasswell’s Model of Communication)
3.รูปแบบการสื่อสารของแชนนอนและวีเวอร์ (Shannon & Weaver’s Model of Communication)
4.รูปแบบการสื่อสารของออสกูดและชแรมม์(C.E Osgood and Willbur Schramm’s )
5.รูปแบบการสื่อสารของเบอร์โล (Berlo’s Model of Communication)

องค์ประกอบของการสื่อสาร
1.ผู้ส่งข่าวสาร (Sender)
2.ข้อมูลข่าวสาร (Message)
3.สื่อในช่องทางการสื่อสาร (Media)
4.ผู้รับข่าวสาร (Receivers)
ความเข้าใจและการตอบสนอง
  • ผู้ส่งสารและผู้รับสาร
  • ผู้จัดกับผู้ชม
  • ผู้พูดกับผู้ฟัง
  • ผู้ถามกับผู้ตอบ
  • คนแสดงกับคนดู
  • นักเขียนกับนักอ่าน


วัตถุประสงค์ของการสื่อสาร
1.เพื่อแจ้งให้ทราบ หมายถึง การสื่อสารที่ผู้ส่งสารจะแจ้ง หรือบอกกล่าวข่าวสาร ข้อมูล เหตุการณ์ ความคิด ความต้องการของตนให้ผู้รับได้ทราบ
2.เพื่อสอนหรือให้การศึกษา หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งจะให้ผู้รับมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางด้านองค์ความรู้ ความคิด สติปัญญา ฉะนั้นจึงมุ่งเน้นไปที่การเรียนการสอนหรือการศึกษาค้นคว้าทางวิชาการโดยเฉพาะ
3.เพื่อสร้างความพอใจหรือให้ความบันเทิง หมายถึง การสื่อสารที่มุ่งให้เกิดผลทางจิตใจหรืออารมณ์ ความรู้สึกแก่ผู้รับสาร ซึ่งจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ส่งสารมีข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้รับสาร และมีกลวิธีในการนำเสนอเป็นที่พอใจ
4.เพื่อเสนอหรือชักจูงใจ มุ่งเน้นให้ผู้รับสารมีพฤติกรรมคล้อยตาม หรือยอมรับปฏิบัติตาม

ประเภทของการสื่อสาร จำแนกเป็น 3 ประการคือ
1.จำแนกตามกระบวนการหรือการไหลของข่าวสารประกอบด้วย  1.การสื่อสารทางเดียว  2.การสื่อสารสองทาง
2.จำแนกตามภาษาสัญลักษณ์ที่แสดงออก ประกอบด้วย 1.การสื่อสารเชิงวัจนะ 2.การสื่อสารเชิงอวัจนะ
3.จำแนกตามจำนวนผู้สื่อสาร การสื่อสารของมนุษย์ มี 3 ลักษณะคือ
1.การสื่อสารส่วนบุคคล (Intrapersonal Communication)
2.การสื่อสารระหว่างบุคคล (Interpersonal Communication)
3.การสื่อสารมวลชน (Mass Communication)

 ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
  • เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
  • เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
  • มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
  • เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
  • เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
  • ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
  • เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย
  • ธรรมชาติและพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้ปกครอง









ออเออร์บาค (Auerbach,1968) ได้กล่าวถึงธรรมชาติของผู้ปกครองไว้ดังนี้
1.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้
2.ผู้ปกครองมีความต้องการที่จะเรียนรู้
3.ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุดในสิ่งที่เขาสนใจ
4.การเรียนรู้จะมีความหมายที่สุดก็ต่อเมื่อเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวของผู้ปกครอง
5.การมีอิสระในการเรียนรู้จะทำให้ผู้ปกครองเรียนรู้ได้ดีที่สุด
6.ผู้ปกครองสามารถเรียนรู้ได้จากกันและกัน
7.การให้ความรู้กับผู้ปกครองถือเป็นการให้ประสบการณ์ใหม่แก่ผู้ปกครอง

ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้ปกครองเด็กปฐมวัย มีประเด็นสำคัญดังนี้
1.เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
2.เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
3.มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
4.เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
5.เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
6.ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
7.เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย 7 c กับการสื่อสารที่ดี
1.Credibility ความน่าเชื่อถือ : สามารถทำให้ผู้รับสารเกิดความเชื่อถือในสารนั้น ๆ
2.Content เนื้อหาสาระ : มีสาระให้เกิดความพึงพอใจ เร่งเร้าและชี้แนะให้เกิดการตัดสินใจได้ในลักษณะอย่างไรบ้าง
3.Clearly ความชัดเจน : การเลือกใช้คำหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ๆ ข้อความไม่คลุมเครือ
4.Context ความเหมาะสมกับโอกาส : การเลือกใช้ภาษาและใช้สิ่งที่ส่งสารเหมาะสม
5.Channel ช่องทางการส่งสาร : การเลือกวิธีการส่งข่าวสารได้เหมาะสมและรวดเร็วที่สุด
6.Continuity consistency ความต่อเนื่องและแน่นอน : การสื่อสารกระทำอย่างต่อเนื่องมีความแน่นอนถูกต้อง
7.Clarity of audience ความสามารถของผู้รับสาร : การเลือกใช้วิธีการส่งสารซึ่งมั่นใจว่าผู้รับสารจะสามารถรับสารได้ง่ายและสะดวกโดยคำนึงถึงความรู้ เจตคติ อุปนิสัย ทักษะการใช้ภาษา สังคมวัฒนธรรมของผู้รับสารเป็นสำคัญ

วิธีการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครอง
 1. ศึกษาและพยายามทำตนให้เข้าใจกับผู้ปกครอง
2.พยายามเรียนรู้ความต้องการของเขา และหาแนวทางตอบสนองตามความเหมาะสม
3.พูดคุย พบปะกับผู้ปกครองในโอกาสต่างๆ
4.หาโอกาสไปร่วมงานพิธีทางศาสนา เข้าร่วมกิจกรรมกับผู้ปกครอง
5.ทำตนให้กลมกลืนกับผู้ปกครอง
6.มีท่าทีเป็นมิตรอยู่เสมอ
7.เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองร่วมกิจกรรม

การประเมิน
ประเมินตนเอง วันนี้ตั้งใจเรียนและเข้าใจกับเนื้อหาที่อาจารย์ได้สอน ประมาณ 85 เปอร์เซน
ประเมินเพื่อน วันนี้เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียนและไม่คุยกัน
ประเมินอาจารย์ อาจารย์มีการเตรียมเนื้อหาการสอนมาเป็นอย่างดีและอธิบายได้อย่างเข้สใจง่ายมีการยกตัวอย่างให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

คำถามท้ายบท
1.จงอธิบายความหมายและความสำคัญของการสื่อสารมาโดยสังเขป
ตอบ กระบวน การส่งข่าวสาร ข้อมูล จาก   ผู้ส่งข่าวสารไปยังผู้รับข่าวสาร มีวัตถุประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้รับข่าวสารมีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา อย่างเข้าใจ
ความสำคัญ การสื่อสาร เป็นกระบวนการเกิดขึ้นเป็นปกติวิสัยของคนทุกคน และมีความเกี่ยวข้องไปถึงบุคคลอื่น ตลอดจนถึงสังคมที่แต่ละคนเกี่ยวข้องอยู่ ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ล้วนต้องอาศัยการสื่อสารเป็นเครื่องมือช่วยให้บรรลุจุดประสงค์ทั้งสิ้น

2.การสื่อสารมีความสำคัญกับผู้ปกครองอย่างไร
ตอบ ทำให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าสิ่งที่ครูได้สอนกับลูกนั้นได้มีอะไรบ้างและได้รู้ถึงวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย เพื่อให้เป็นการสื่อสารกันระหว่างครูกับผู้ปกครอง

3.รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นรูปแบบใด จงอธิบายพร้อมยกตัวอย่าง
ตอบ รูปแบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในการให้ความรู้ผู้ปกครอง ควรเป็นสารที่มีความเหมาะสมและต้องตรงกับความต้องการของผู้ปกครองและเป็นเรื่องที่ผู้ปกครองมีความสนใจ เช่น การทำแผ่นแจกใบความรู้และมีกิจกรรมที่ให้ผู้ปกครองและเด็กได้ทำร่วมกัน เพื่อที่ผู้ปกครองจะสามารถทราบได้ว่าลูกของตัวเองได้เรียนอะไรไปในแต่ละสัปดาห์

4.ธรรมชาติและการเรียนรู้ของผู้ปกครองควรมีลักษณะอย่างไร
ตอบ   1.เรียนรู้ได้ดีในเรื่องของการพัฒนาเด็ก
          2.เรียนรู้ได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความสมานฉันท์
          3.มีความแปลกใหม่และมีประโยชน์ต่อเด็ก
          4 เรียนรู้ได้ดีจากการฝึกปฏิบัติ
         5.เรียนรู้ได้ดีในบรรยากาศที่เป็นวิชาการน้อยที่สุด
         6.ควรได้รับความต่อเนื่องในการเรียนรู้ทีละขั้นตอน
         7.เรียนรู้ได้ดีจากสื่อและอุปกรณ์ที่หลากหลาย

5.ปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนพฤติกรรมการเรียนรู้สำหรับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองมีความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษาของเด็ก ประกอบด้วยปัจจัยด้านใดบ้าง
ตอบ1. ความพร้อม 2.ความต้องการ 3.อารมณ์และการปรับตัว 4.การจูงใจ 5.การจูงใจ 6.ทัศนคติและความสนใจ 7.ความถนัด